top of page

Innovation

สาธารณะ·สมาชิก 2 คน

Geely หนุน Horse Powertrain เปิดตัวไฮบริดพลังงานหมุนเวียน ลดใช้น้ำมันได้ 40% เกมใหม่ของสายเครื่องยนต์ในยุค EV

Horse Powertrain ร่วมทุน Geely–Renault–Aramco เปิดตัวเครื่องยนต์ไฮบริด H12 รองรับน้ำมันหมุนเวียน 100% ประสิทธิภาพ 44.2% ลดการใช้น้ำมันได้ถึง 40% เตรียมเปิดตัวรถต้นแบบปี 2026 ท่ามกลางการแข่งขันยุค EV และ Hybrid ใหม่ทั่วโลก



อุตสาหกรรมรถยนต์อาจไม่ได้เดินไปทาง BEV อย่างเดียว ล่าสุด Horse Powertrain บริษัทร่วมทุนด้านระบบส่งกำลังที่มีผู้ถือหุ้นหลักอย่าง Geely, Renault Group และ Aramco เปิดตัวแนวคิดเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ที่รองรับน้ำมันเบนซินพลังงานหมุนเวียน 100% พร้อมตั้งเป้าลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลงได้ถึง 40%


นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า “เครื่องยนต์สันดาป + ไฮบริด” ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาในเกมเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลก



Horse Powertrain คือใคร? ทำไมถึงน่าจับตา


Horse Powertrain ก่อตั้งในปี 2024 จากการรวมธุรกิจเครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดของ Geely และ Renault เข้าด้วยกัน ปัจจุบันมีโรงงาน 17 แห่ง และศูนย์ R&D 5 แห่งทั่วโลก


บริษัทนี้เป็นซัพพลายเออร์ระบบส่งกำลังให้แบรนด์ดังหลายราย เช่น Renault, Geely Auto, Volvo Cars, Nissan, Mitsubishi Motors และ Proton ถือว่าเป็นผู้เล่นตัวจริงในตลาดเครื่องยนต์และไฮบริดระดับสากล



ขุมพลัง H12 Hybrid: ประสิทธิภาพ 44.2% กับตัวเลขที่น่าสนใจ


ระบบใหม่พัฒนาจากแนวคิดเครื่องยนต์ H12 Hybrid ร่วมกับบริษัทพลังงานจากสเปน Repsol


จุดเด่นทางเทคนิคที่น่าสนใจ:

  • ค่า Brake Thermal Efficiency สูงสุด 44.2%

  • อัตราสิ้นเปลืองต่ำกว่า 3.3 ลิตร/100 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP)

  • ลดการใช้น้ำมันได้ราว 40% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยรถใหม่ในยุโรปปี 2023


เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง ได้แก่:

  • อัตราส่วนกำลังอัดสูงถึง 17:1

  • ระบบ EGR (Exhaust Gas Recirculation) ออกแบบใหม่

  • เทอร์โบชาร์จที่ปรับจูนเพื่อไฮบริดโดยเฉพาะ

  • การเซ็ตค่าระบบส่งกำลังให้เหมาะกับการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า


ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ และดึงพลังงานกลับมาใช้ให้คุ้มที่สุดในระบบไฮบริด



ใช้น้ำมันหมุนเวียน 100% ลด CO₂ ได้ปีละ 1.77 ตัน


ความน่าสนใจไม่ได้อยู่แค่ตัวเครื่องยนต์ แต่รวมถึงเชื้อเพลิงที่ใช้ด้วย

ระบบนี้รองรับน้ำมันเบนซินพลังงานหมุนเวียนของ Repsol ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียน หากติดตั้งในรถขนาดกลางและวิ่งปีละ 12,500 กม. จะช่วยลดการปล่อย CO₂ ได้ประมาณ 1.77 ตันต่อปี เมื่อเทียบกับรถเบนซินทั่วไป


นี่คือแนวทาง “ลดคาร์บอนโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด” ซึ่งอาจเหมาะกับหลายประเทศที่สถานีชาร์จยังไม่ครอบคลุม



ไม่ใช่แค่ EV ทางเดียว: เกมหลายเทคโนโลยีในยุคเปลี่ยนผ่าน


ในขณะที่ตลาด BEV โตต่อเนื่อง ผู้ผลิตระดับโลกกำลังเลือกเดินเกมแบบ Multi-Path Strategy


  • ประเทศที่โครงสร้างพื้นฐานชาร์จพร้อม → ดัน BEV เต็มตัว

  • ประเทศกำลังพัฒนา → ไฮบริดประสิทธิภาพสูง + เชื้อเพลิงทางเลือก


การเปิดตัวของ Horse Powertrain สะท้อนว่าอนาคตรถยนต์อาจไม่ได้มีคำตอบเดียว แต่เป็นการผสมผสานหลายเทคโนโลยีให้เหมาะกับบริบทแต่ละภูมิภาค

ต้นปี 2026 บริษัทเตรียมเปิดตัวรถต้นแบบคันแรกที่ติดตั้งระบบนี้จริง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าไฮบริดพลังงานหมุนเวียนจะกลายเป็นอีกหนึ่งอาวุธหลักของอุตสาหกรรมหรือไม่


มุมมอง PCauto Thailand

สำหรับตลาดไทยที่กำลังขยายตัวทั้ง HEV และ BEV เทคโนโลยีแบบนี้มีความเป็นไปได้สูง หากสามารถควบคุมต้นทุนและจัดหาน้ำมันหมุนเวียนในประเทศได้

คำถามสำคัญคือ — ระหว่าง BEV 100% กับ Hybrid + Renewable Fuel แบบนี้ คุณมองว่าแนวทางไหนตอบโจทย์การใช้งานจริงมากกว่าในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า?


ดู 1 ครั้ง
bottom of page