top of page

Innovation

สาธารณะ·สมาชิก 2 คน

เจาะลึก Mercedes-Benz S-Class 2027 รีเฟรชใหญ่ แม้หน้าตาเดิม แต่เทคโนโลยีก้าวไกล

เรือธงหรูช่วงรอยต่อยุค EV อัปเกรด AI, ระบบขับขี่ L2+, ช่วงล่างอัจฉริยะ และขุมพลัง PHEV–V8 ที่แรงขึ้น


เจาะลึก Mercedes-Benz S-Class 2027 รีเฟรชใหญ่ แม้หน้าตาเดิม แต่เทคโนโลยีก้าวไกล

รีเฟรชครั้งใหญ่กว่า 50% แต่หน้าตาแทบไม่เปลี่ยน — ธงเทคโนโลยีช่วงรอยต่อของยุค EV


การมาของ Mercedes-Benz S-Class ปี 2027 อาจไม่ใช่ “เจเนอเรชันใหม่” เต็มตัว แต่ถือเป็นการรีเฟรชที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ S-Class ด้วยสถานะ Stopgap Flagship รถเรือธงช่วงรอยต่อ ระหว่างการปรับทิศทางกลยุทธ์สันดาป–ไฟฟ้าของค่ายดาวสามแฉก



รีเฟรชใหญ่ แต่ดูแทบไม่ออก

Mercedes-Benz ระบุว่า S-Class โฉมนี้มีชิ้นส่วนใหม่หรือปรับปรุงกว่า 2,700 ชิ้น (มากกว่า 50%) แต่ภายนอกเปลี่ยนแบบ “เนียนตา” เน้นรายละเอียดมากกว่าทรงรวม

  • กระจังหน้าขยายใหญ่ขึ้น ~20% ใส่ลวดลายดาวสามแฉก พร้อมไฟส่องสว่างรอบกรอบ

  • ไฟหน้า–ไฟท้าย DRL รูปดาว (รุ่น S-Class ได้ 2 ดวงต่อข้าง) และ Micro-LED สว่างขึ้น 40%

  • ล้อใหม่ 19–21 นิ้ว ไฮไลต์คือ ล้อ 20 นิ้ว 50 ก้าน ดีไซน์ซับซ้อน

  • เลี้ยวล้อหลังเป็นมาตรฐาน (4.5° หรือสูงสุด 10° หากไม่เลือกล้อ 21 นิ้ว) ช่วยกลับรถในที่แคบ

  • เพิ่มกล้องภายนอก รองรับชุดเซนเซอร์รวม 27 ตัว สำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติในอนาคต

จุดขายเชิงภาพลักษณ์คือ “สว่างขึ้น ฉลาดขึ้น” แม้บางคนอาจมองว่าดูโอ่อ่าเกินจำเป็น แต่แบรนด์ย้ำว่าช่วยให้มองเห็นชัดและปลอดภัยยามค่ำคืน



ห้องโดยสารคุ้นเคย แต่ฉลาดกว่า

ภายในยังคงบรรยากาศหรูแบบ S-Class แต่เพิ่มฟังก์ชันที่ใช้ได้จริง

  • Superscreen เป็นมาตรฐาน: จอผู้โดยสารหน้า 12.3 นิ้ว + จอกลาง 14.4 นิ้ว (จอหน้าปัดแยก)

  • ช่องแอร์ใหม่ ปรับด้วยมือหรือสั่งผ่านจอ ระบบจำโปรไฟล์ทิศลมอัตโนมัติ

  • เข็มขัดนิรภัยหน้าแบบอุ่นได้ เสริมจากเบาะ/พวงมาลัย/ที่วางแขนอุ่น–เย็น

  • ปุ่มพวงมาลัย “กลับสู่กายภาพบางส่วน” (ลูกกลิ้งปรับเสียง/สวิตช์ครูซ)

  • ระบบกรองอากาศใหม่ รีเฟรชอากาศทั้งห้องโดยสารใน 90 วินาที

  • แท่นชาร์จไร้สายย้ายมาไว้ใต้จอกลาง เข้าถึงง่ายและมีระบบระบายความร้อน

เบาะหลังสายผู้บริหาร

แพ็กเกจ Executive ยังคงจัดเต็ม

  • คอนโซลกลางพร้อม คอนโทรลเลอร์ไร้สายคู่ คุมฟังก์ชันรถและจอพนักพิง 13.1 นิ้ว

  • กล้องในจอเบาะหลัง รองรับ ประชุม Zoom/Teams

  • ที่วางแก้วร้อน–เย็น, โต๊ะพับหุ้มหนัง และ ตู้แช่แชมเปญ (ออปชัน)

  • เข็มขัดนิรภัยหลังพร้อม ถุงลมนิรภัยในตัว


ขุมพลัง: คุ้นเคย แต่แรงและฉลาดขึ้น

  • S 500: เบนซินเทอร์โบ 6 สูบ Mild-Hybrid กำลังราว 429 แรงม้า แรงบิดเพิ่มเป็น 472 lb-ft

  • S 580e PHEV: รวม 576 แรงม้า / 553 lb-ft แรงสุดและประหยัดสุด วิ่งไฟฟ้าล้วนยุโรปราว 100 กม.

  • S 580 V8: V8 ทวินเทอร์โบ Mild-Hybrid ปรับใหม่ 530 แรงม้า / 553 lb-ft

ทุกรุ่นขับสี่ 4MATIC เป็นมาตรฐาน



เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ & AI

  • เริ่มต้นด้วย L2+ (เร่ง–เบรก–เลี้ยวอัตโนมัติ ผู้ขับต้องจับตา)

  • อัปเดต OTA ภายหลัง: Point-to-Point ขับจากต้นทางถึงที่จอดได้แบบแฮนด์ฟรี (ผู้ขับเฝ้าดู)

  • ฮาร์ดแวร์พร้อมไต่ระดับ L3/L4 ในอนาคต: เซนเซอร์ 27 ตัว + คอมพิวเตอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำ

  • iDamping: ใช้ข้อมูลถนนจากคลาวด์ เตรียมช่วงล่างล่วงหน้าก่อนถึงลูกระนาด/ผิวถนนไม่เรียบ

  • ผู้ช่วย AI Assistant ดึงข้อมูลจาก Bing, Google Automotive AI และ ChatGPT พร้อมสรุปโน้ตเสียงหลายภาษา ส่งต่อ Gmail/Outlook ได้


ราคา & บทสรุป

ราคายุโรปเริ่มราว 142,000 ดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มตั้งใกล้เคียงกันในตลาดหลักอื่น เพิ่มขึ้นจากรุ่นปัจจุบันพอสมควร

S-Class ปี 2027 คือรถหรูสำหรับคนที่มอง “เทคโนโลยีระยะยาว” มากกว่าความหวือหวาภายนอก รีเฟรชครั้งนี้อาจดูไม่ใหม่ แต่ข้างในคือการวางหมากสำคัญก่อนก้าวสู่ยุคไฟฟ้าเต็มตัวของ Mercedes-Benz อย่างแท้จริง.


ที่มา: www.motortrend.com

ดู 1 ครั้ง
bottom of page