BYD เปิดตัว God’s Eye 5.0 ระบบช่วยขับอัจฉริยะ ใช้ AI เรียนรู้จากรถกว่า 2.3 ล้านคัน
ระบบ Assisted Driving รุ่นล่าสุดของ BYD พัฒนาด้วย Reinforcement Learning และข้อมูลการขับขี่จริงกว่า 160 ล้านกิโลเมตรต่อวัน ยกระดับความปลอดภัยและการตัดสินใจของรถไฟฟ้า

BYD ประกาศเปิดตัวระบบช่วยขับเวอร์ชันล่าสุด God’s Eye 5.0 อย่างเป็นทางการในประเทศจีน หลังจากติดตั้งระบบตระกูล God’s Eye ไปแล้วมากกว่า 2.3 ล้านคัน ครอบคลุมรถตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นสเปกสูง ถือเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีช่วยขับที่ขับเคลื่อนด้วย AI และข้อมูลจากการใช้งานจริงในระดับมหาศาล

God’s Eye คืออะไร และพัฒนาไปถึงไหนแล้ว
God’s Eye คือชุดระบบช่วยขับ (Assisted Driving) ที่ BYD พัฒนาขึ้นเอง เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และถูกนำไปใช้อย่างรวดเร็วในหลายโมเดล โดยจุดเด่นคือเป็น ระบบเดียวแบบ Unified System ไม่ได้แยกเป็นโครงการย่อยหรือระบบเก่าใหม่ปะปนกัน
ภายใต้ชื่อ God’s Eye จะมีการแบ่งระดับฮาร์ดแวร์ออกเป็น 3 ขั้น ได้แก่
God’s Eye C (DiPilot 100)
God’s Eye B (DiPilot 300)
God’s Eye A (DiPilot 600)
แต่ละระดับแตกต่างกันที่จำนวนเซนเซอร์ พลังประมวลผล และขอบเขตฟังก์ชันช่วยขับ โดย DiPilot คือระดับฮาร์ดแวร์ภายใน God’s Eye ไม่ใช่ระบบรุ่นก่อนหน้า (อัปเดตข้อมูล ณ 28/01/2026)

หัวใจของ God’s Eye 5.0: AI + Reinforcement Learning
สิ่งที่ทำให้ God’s Eye 5.0 แตกต่างจากเวอร์ชันก่อน คือการนำ Large-scale AI Models และ Reinforcement Learningมาใช้ในกระบวนการตัดสินใจแบบ Closed-loop End-to-End Control
กล่าวคือ ระบบจะเรียนรู้จากข้อมูลการขับขี่จริง แล้วปรับปรุงการตัดสินใจตั้งแต่การรับรู้สภาพแวดล้อม (Perception) ไปจนถึงการควบคุมรถ (Execution) แบบต่อเนื่อง แทนแนวคิดเดิมที่อาศัยกฎตายตัว (Rule-based) เป็นหลัก
ข้อมูลจริงระดับ 160 ล้านกิโลเมตรต่อวัน
BYD ระบุว่า รถที่ติดตั้ง God’s Eye รุ่นก่อนหน้า สร้างข้อมูลการขับขี่มากกว่า 160 ล้านกิโลเมตรต่อวัน ในช่วงที่เปิดใช้งานระบบช่วยขับ ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้ฝึก AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำด้านการมองเห็น การคาดการณ์ และการควบคุมรถในสถานการณ์จริงที่หลากหลาย
ฟังก์ชันความปลอดภัยที่ฉลาดขึ้น
God’s Eye 5.0 มาพร้อมการอัปเกรดฟังก์ชันสำคัญ เช่น
Automatic Emergency Braking (AEB)
Automatic Emergency Steering (AES)
ระบบสามารถตอบสนองต่อรถที่จอดนิ่ง คนเดินถนน และเด็ก รวมถึงสถานการณ์ทัศนวิสัยต่ำอย่างในอุโมงค์ อย่างไรก็ตาม BYD ย้ำชัดว่า God’s Eye 5.0 ยังจัดอยู่ในกลุ่ม ระบบช่วยขับ (Assisted Driving) ไม่ใช่การขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ


เซนเซอร์หลายรูปแบบ + อัปเดต OTA
ระบบใช้การผสานข้อมูลจาก กล้อง, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร และอัลตราโซนิก ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มประมวลผลสมรรถนะสูง ฟังก์ชันที่ใช้งานได้จะขึ้นอยู่กับสเปกรถและระดับฮาร์ดแวร์ โดยรุ่นสเปกสูงจะรองรับความสามารถมากกว่า และสามารถอัปเดตเพิ่มเติมผ่าน OTA (Over-the-Air) ในอนาคต
BYD God’s Eye 5.0 แกนหลักของระบบช่วยขับยุคใหม่
การเปิดตัว God’s Eye 5.0 สะท้อนทิศทางชัดเจนของ BYD ในการใช้ “ข้อมูลจากรถจริง + AI” เป็นแกนหลักของระบบช่วยขับยุคใหม่ และด้วยฐานรถกว่า 2.3 ล้านคันในจีน ระบบนี้กำลังกลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม Assisted Driving ที่มีข้อมูลหนุนหลังมากที่สุดในโลก ณ เวลานี้
หากคุณติดตามเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและระบบช่วยขับ นี่คืออีกก้าวที่น่าจับตาอย่างยิ่งในปี 2026
ที่มา: carnewschina.com
